วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

###ประเภทจักรยาน###
ปัจจุบัน(พฤศจิกายน 2556) ถ้าหาดูตามเว็บไซต์อื่นๆ อาจไม่ได้อัพเดทครับ
1.เสือภูเขา(MTB...mountain bike)
   แบ่งเป็น 3 ชนิดตามลักษณะรถคือประเภทหางแข็ง,softtailและ full suspension
   ประเภทหางแข็ง
  -hardtail  แปลตรงตัวเลยคือ "หางแข็ง" เสือภูเขาล้อหน้ามีโช้ค ล้อหลังไม่มี เหมาะสำหรับปั่นทางเรียบ ขรุขระ
ถนนดิน โคลน ทางไม่วิบากจนเกินไป หรือ ขึ้นเขาแบบถนนเรียบ เช่น เขาใหญ่ ดอยสุเทพ

   
   ประเภท softtail
  -softtail รถประเภทนี้ จะมีช๊อคหน้าหรือไม่นั้นแล้วแต่ตัวผู้ปั่นครับ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็จะใส่กันทั้งหมด
จุดสำคัญนั้นอยู่ด้านหลังรถครับ จะมีจุดรับแรงกระแทกไว้ แล้วแต่การออกแบบของยี่ห้อนั้น ๆ
มีทั้งทีเป็นแบบตัวเฟรมรับแรงกระแทกแบบไม่มีช๊อค จนถึงมีช๊อคหลังสำหรับรับแรงกระแทกแบบฝังติดตั้งมาครับ
"ข้อแตกต่างของ Soft Tail กับ Full Sus นั่นอยู่ที่ระยะการเคลื่อนตัวของเฟรม และจุดหมุนครับ"


   ประเภท full suspension
  -cross country(xc) สำหรับลุยกับทุกสภาพ เสือภูเขาที่มีโช้คหน้าและหลัง สำหรับปั่นทุกเส้น ได้ทั้งทางเรียบ
ขรุขระมาก ทางที่อาจมีการกระแทก หรือ มีการกระโดดไม่สูงมากนัก


  -downhill  เสือภูเขาตัวจริง ทางเรียบยัน ลงเขา รากไม้ ตามป่าลึก กระโดดจากที่สูง รองรับการกระแทกได้ดี แตก
ต่างกับ xc ที่อุปกรณ์เกือบทุกชิ้นจะมีขนาดใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่ามาก ซึ่งแน่นอนหนักมาก


2.เสือหมอบ(RB...road bike)
   สำหรับคนชอบความเร็ว ความแรง ปั่นทางเรียบโดยเฉพาะ ลักษณะจักรยาน จะทำให้เล็ก ลื่นและเบาที่สุด
เท่าที่สมองคนจะคิดได้ เพราะฉะนั้นจักรยานประเภทนี้จะมีราคาสูงมาก


3.รถพับ(folding bike)
   จักรยานทุกประเภทที่พับได้ ผมจะนับรวมในนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะพับแปลกแหวกแนวขนาดไหนก็ตาม จักรยานประเภทนี้
เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีเนื้อที่จำกัด เช่น ปั่นจักรยานไปทำงานเอาจักรยานพับไว้ใต้โต๊ะ  เอาจักรยานพับขึ้นรถไฟฟ้า
เอาจักรยานขึ้นรถยนต์หลายคันโดยไม่อยากแขวนไว้นอกตัวรถ เป็นต้น ความสำคัญของจักรยานพับนอกจาก เบา ปั่นดี
จุดพับ สำคัญมาก  รุ่นไหนพับไปนานๆ แล้วยังพับง่าย แข็งแรงไม่คลอน ราคาจะแพงเพราะการออกแบบจุดพับด้วย


4.ไฮบริด(hybrid)
   จักรยานไฮบริดเป็นจักรยานระหว่างเสือภูเขาและเสือหมอบคือ ปั่นทางเรียบดีกว่าเสือภูเขาแต่ไม่เท่าเสือหมอบ
ปั่นทางขรุขระดีกว่าเสือหมอบแต่ไม่เท่าภูเขา แต่จักรยานประเภทนี้จะออกแบบเป็น3แนวทางคือ
   -ไฮบริดทางเรียบ   ไฮบริดค่อนมาทางเสือหมอบ การออกแบบ ยางจะเป็นแบบทางเรียบ  ไม่มีโช้คเป็นตะเกียบ
ใช้ชุดขับเคลื่อนของเสือหมอบ


   -ไฮบริดทางขรุขระ   ไฮบริดค่อนมาทางเสือภูเขา การออกแบบ ยางจะเป็นแบบวิบากแต่ไม่ใหญ่ไม่เยอะเท่าเสือภูเขา 
มีโช้คสำหรับลุยนิดหน่อย ใช้ชุดขับเคลื่อนของเสือภูเขา


   -ไฮบริดซิตี้ จักรยานไฮบริดสำหรับคนเมืองโดยเฉพาะ แฮนด์จะแคบกว่าปกติ(เอาไว้ซิกแซกรถติดในเมือง)
ไม่มีโช๊ค ยางทางเรียบขนาดเล็ก แต่ใช้ชุดขับเคลื่อนของเสือภูเขา



5.ทัวร์ริ่ง(touring)
   จักรยานประเภทท่องเที่ยวระยะไกล การออกแบบ จะให้มีจุดยึดสำหรับใส่ตะแกรง ใส่กระเป๋ามากกว่าประเภทอื่น
ยางไม่ใหญ่ไม่เล็กผิวเรียบ ออกแบบเฟรมระยะเอื้อมให้ปั่นสบาย บางรุ่นอาจมีจุดเปลี่ยนเกียร์2ที่ ระบบเกียร์จะใช้ของ
เสือภูเขา เพราะไม่ได้ต้องการความเร็วความต่อเนื่องในการเข้าเกียร์ แฮนด์จะเหมือนกับเสือหมอบ
เบรกจะใช้เป็นผีเสื้อหรือวีเบรค


6.มินิ(mini bike) และจักรยานเด็ก(kids bike)
   จักรยานย่อส่วนให้เล็กลง มีประโยชน์คือ  จักรยานเบา  ส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนจานหน้าให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนดุมเพื่อ
ความลื่นมากขึ้นเพราะจักรยานล้อเล็กจะมีรอบหมุนล้อถี่เป็นพิเศษ บางคนปั่นเกาะกลุ่มเสือหมอบก็มีเยอะ


7.ฟิกซ์เกียร์(fixed gear)
   จักรยานมหาชนของกลุ่มวัยรุ่น มาแรงช่วงปี 2555-2556 จะพบมากในช่วงกลางคืนในกรุงเทพฯ ลักษณะจักรยานคือ
โม่หรือเฟืองโซ่จะไม่สามารถฟรีได้ ล้อหมุน จานปั่นก็หมุนตาม และเบรคด้วยเท้า หรือจะมีแต่เบรคหน้าเท่านั้น
   จักรยาน Fixed Gear มีทั้งหมด 5 ชนิดด้วยกัน แล้วแต่ว่าผู้ปั่นนั้นจะหลงไหลในการปั่นแบบไหน 

   ประเภทที่ 1 : คอมพลีท(complete)
   Fixed Gear ชนิดนี้เป็นสายปั่น มาแบบครบวงจร ตรงตามชื่อ เมื่อแกะกล่องมาจะมีครบทุกอย่าง ไม่ต้องเสียเวลาเพิ่ม
เติมแต่งอะไรอีกมากมาย เหมาะสำหรับคนที่รักความเรียบง่าย และคนที่เริ่มต่นปั่นจักรยาน Fixed Gear


   ประเภทที่ 2 : ทริก(trick)
   เป็น Fixed Gear ที่มีความแข็งแรงเพราะจะต้องทนกับแรงกระแทกเพราะจะใช้ในการเล่นท่า วงล้อมีขนาดเล็กเพื่อ
จะได้ใช้วาดลวดลายได้ง่ายขึ้น


   ประเภทที่ 3 : วินเทจ(vintage)
   Fixed Gear ชนิดนี้จะเป็นการรวมเอา อุปกรณ์และชิ้นส่วนที่มีความคลาสสิกมาประกอบรวมเป็นจักรยานคันนึง 
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการเก็บสะสม และหลงไหลในความคลาสสิก


   ประเภทที่ 4 : แทร็ก(track)
   ชนิดนี้เป็นชนิดที่ใช้ในการแข่งขันจริง มีสมรรถนะที่ดีในการปั่น วงล้อใหญ่ ความคล่องตัวสูง


   ประเภทที่ 5 : มินิฟิกซ์(mini)
   Fixed Gear คันเล็กที่เเหมาะสำหรับคนที่ชอบมิกซ์แอนด์แมทช์ ด้วยตัวเฟรมที่มีขนาดกระทัดลัด พกพาง่าย
และมีสีสันน่ารัก


**ที่มาข้อมูลฟิกเกียร์ voicetv

8.ครุยเซอร์(cruiser)
   จักรยานออกแบบเพื่อให้ปั่นสบายบางรุ่นอาจทำคล้ายมอเตอร์ไซค์ช็อปเปอร์ คือ เน้นตะเกียบหน้า หรือ โช้คหน้ายาวๆ 
แฮนด์จะถูกยกสูงและกว้าง เน้นปั่นชิลๆเป็นหลัก


9.บีเอ็มเอ็กซ์(bmx)
   จักรยาน bmx ได้รับความนิยมมากเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นก่อนจะมี
ฟิกเกียร์เข้ามาแทนที่ ลักษณะจักรยาน เฟรม จุดเชื่อม ออกแบบมาให้ทนมือทนเท้ามาก แฮนด์ยกสูง ล้อ 20 นิ้ว

   - สาย racing ก็แบบในรูปประกอบ จานจะใหญ่ ไม่ใส่โรเตอร์


   - สาย street & flatlandจักรยานสำหรับเอาไว้เล่นท่าโดยเฉพาะ  และมีอุปกรณ์พิเศษเฉพาะ bmx ประเภทนี้
คือ โรเตอร์(เอาไว้ให้แฮนด์หมุนได้ 360 องศา), ที่พักเท้าบริเวณดุมล้อขนาดใหญ่


10.เอกเขนก(recumbent bike)
   ขอ copy มานะครับเพราะไม่มีความรู้กับจักรยานประเภทนี้ thbike
   จักรยานประเภทนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขี่มีความสะดวกสบายมากที่สุด คือ ผู้ขี่นั้นแทบจะนอนขี่เลยละครับ 
ภาษาชาวบ้านพูดกันเล่นๆ ก็ทำนองว่า "นอนมา" ละครับ จักรยานประเภทนี้ จะได้เปรียบกว่าจักรยานประเภทอื่นๆ
ทางด้าน ความลู่ลม เพราะผู้ขี่นั้นแทบจะนอนอยู่แล้วจึงทำให้มีส่วนที่ประทะกับลมน้อยกว่าจักรยานประเภทอื่นครับ
ทางด้านอุปกรณ์นั้นจักรยานประเภทนี้ จะมีจุดติดตั้งอะไหล่ต่างๆ แตกต่างจากจักรยานประเภทอื่นมากครับ ยกตัวอย่าง
เช่น จานหน้า ก็จะอยู่หน้าจริง"อย่างนี้ซิถึงเรียกว่าจานหน้าของจริง"


11.ไซโครครอส(cyclocross)
   จักรยานไซโครครอสจะมีลักษณะคล้ายกับจักรยานทัวริ่งแต่ต่างกันที่ยางจะเป็นลักษณะวิบาก
เอาไว้ปั่นทางเรียบทางดินที่ไม่ขรุขระมาก


12.time trial
   จักรยานสำหรับทำเวลาการออกแบบจะคล้ายกับเสือหมอบแต่จะแตกต่างกันที่การออกแบบเฟรม
โดยออกแบบให้มีแรงเสียดทานกับอากาศให้น้อยที่สุด(aero dynamic) ล้อหลังจะออกแบบให้ขยับเข้ามาในเฟรม 
แฮนด์จะมีแอโร่บาร์(aero bar) สำหรับการหมอบให้คนโดนลมน้อยที่สุด


13.นอนคว่ำ(Prone)
   จักรยานแบบนอนคว่ำขี่ แต่ไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ เพราะนอนหงายปั่นสะบายกว่าเยอะ


14.สองเหรียญ(Penny-farthing)
   จักรยานโบราณการออกแบบเหมือนกับเหรียญ 2 เหรียญโดยล้อหน้าจะใหญ่ล้อหลังเล็ก บันไดสำหรับปั่นจะหมุนตาม
ดุมล้อหน้า ข้อเสียของจักรยานประเภทนี้คือความปลอดภัย ความสะดวกเวลาจะปั่น เวลาจะจอด


15.เรียงแถว(Tandem)
   จักรยานสำหรับปั่น 2 คนขึ้นไปในคันเดียว จะพบเห็นบ่อยตามชายหาดและแหล่งท่องเที่ยว จากที่ได้ออกทริปมา
จักรยานประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็น คู่ชาย-หญิง เปิดเพลงฟังน่ารักๆ และความเร็ว 25 แบบปั่นสบายๆ


16.พร้อมกัน(sociable)
   จักรยานสำหรับขี่พร้อมกันในแนวนอน ดูจากรูปแล้วกันนะครับแปลกดี


17.จักรยานสเปคผู้หญิงโดยเฉพาะ(WSD = Woman's Specific Design)
   จักรยานที่ออกแบบสำหรับคุณผู้หญิง สังเกตง่ายๆ จากเฟรมที่ทำให้ขึ้นลงได้ง่ายและเบาะที่มีขนาดกว้างพิเศษเพราะ
อุ้มกระดูกเชิงกรานของผู้หญิงจะกว้างกว่าผู้ชาย  และองศาของเฟรมครับ


18.จักรยานไฟฟ้า
   จักรยานที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วย ทำให้เวลาที่ขี้เกียจ เมื่อย เหนื่อย ก็ใช้มอเตอร์หมุนล้อไปได้ครับ
ข้อเสียของจักรยานไฟฟ้าคือ มีน้ำหนักมาก เพราะต้องแบกรับอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ามาทั้ง มอเตอร์ แบตเตอรี่ สายไฟ


19.จักรยานใช้เครื่องยนต์
   จักรยานที่ใช้เครื่องยนต์เข้ามาช่วย ถามว่ามันต่างกับมอเตอร์ไซค์ตรงไหน ในความคิดผมคือมันแทบไม่ต่างกันเลย 
แต่อุปกรณ์ทุกอย่างจะเล็กลง มีน้ำหนักเบา ไม่ต้องจดทะเบียน ข้อเสียคือ มีน้ำหนักมาก




























###การซื้อจักรยานเบื้องต้น###
1.งบประมาณ
   เงินสำหรับในการซื้อจักรยานและอย่าลืมเตรียมงบสำหรับค่าอุปกรณ์ด้วย(ประมาณ 2 พันบาท)


2.กลุ่มที่ปั่น
   ดูจากกลุ่มว่าใช้จักรยานประเภทไหนเพราะการเลือกจักรยานคนละประเภทอาจทำให้เข้าร่วมกลุ่มไม่สนุกเหมือนๆกัน
เช่น กลุ่มหมอบแต่เราซื้อภูเขาเพื่อนๆในกลุ่มต้องปั่นรอเราเพราะทำความเร็วสู้ไม่ได้เพื่อนๆจะเซ็งและเราก็เหนื่อยเกินไป  
ถ้าหากกลุ่มปั่นภูเขาแต่เราปั่นหมอบเราอาจจะเซ็งเพราะออกแรงน้อยหรืออยากทำความเร็วมากกว่านี้ กลุ่มอาจไปทาง
ขรุขระอย่างสบายๆ ลุยโคลน หิน ดิน ทราย แต่เสือหมอบลำบากหรืออาจไปไม่ได้เลย แต่ถ้าไม่มีกลุ่มก็เลือกตามชอบ
เลยครับ


3.ประเภทจักรยานที่ชอบ
   มีหลายชนิดแต่ที่นิยมกันที่สุดคือ เสือหมอบ,เสือภูเขา,ไฮบริด,รถพับ


4.สภาพแวดล้อมที่ปั่น
   ดูว่าถนนที่เราต้องใช้เป็นอย่างไรเป็นทางขรุขระมากหรือไม่ หรือทางที่เราต้องการปั่นไปเป็นอย่างไร แต่บางคน
มีหลายคันสามารถเลือกรถที่เหมาะสมกับเส้นทางได้ เพราะฉะนั้นสำหรับมือใหม่ส่วนใหญ่จักรยานคันแรกจะเป็น
เสือภูเขา หรือ ไฮบริดค่อนมาทางเสือภูเขา เพราะสามารถพาไปได้ทุกที่ ทุกทริปครับ


5.ไซส์จักรยาน
   การเลือกไซส์จักรยานแบบง่ายๆ คือดูตามความสูงของเรา เสือหมอบจะใช้หน่วยเซนติเมตร(cm.) ส่วนเสือภูเขา
จะใช้หน่วยเป็นนิ้ว(inch.) แต่สำคัญที่สุดคือการไปคร่อมจักรยานจริงครับ


6.สีที่ชอบ
   สีจักรยานสำคัญมากๆ ครับ เพราะจะทำให้ดึงดูดเราให้ปั่นมากขึ้นและชอบมันมากขึ้น ซึ่งถ้าหากได้สีที่ไม่ถูกใจแล้ว
อาจจะเบื่อไม่ปั่นไปเลยก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นสำหรับมือใหม่ๆ ที่ซื้อจักรยานเริ่มต้นอุปกรณ์พอๆกันในหลายๆยี่ห้อ
ควรจะดูที่สีเป็นหลักเลยครับ



7.แบรนด์จักรยาน
   เป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการเลือกจักรยานเพราะเชื่อมั่นในแบรนด์ ชื่อเสียงและการซื้อง่ายขายคล่อง


8.ร้านจักรยานที่ชอบ
   บางคนอาจมีร้านที่ชอบหรืออยู่ใกล้บ้านจึงเลือกซื้อจักรยานนั้นๆ เพราะถ้าไปที่ร้านเราสามารถสอบถามกับทางร้าน
รู้ราคา ทดลองคร่อม ทดลองปั่น ได้ทันที  เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเลือกซื้อจักรยานที่ง่ายที่สุดคือไปที่ร้านเลย แต่แนะนำว่า
ควรจะทำการบ้านสักหน่อยก่อนจะไปที่ร้านครับ


















###อุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับปั่นจักรยาน###
สำหรับอุปกรณ์สำหรับการปั่นจักรยานขอแยกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

1.หมวกกันน็อค
   อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดของจักรยานเลยก็ว่าได้ ควรใส่ทุกครั้งที่ปั่น หากเทียบกับค่ารักษาสมองหลักแสนกับหมวกหลักพัน
และไม่รู้จะกลับมาเหมือนเดิมหรือเปล่าหากพลาดไป เพราะฉะนั้นใส่เถอะครับถึงแม้หัวปิงปองจะไม่มาจับปรับก็ตาม


2.ไฟหน้าและไฟท้าย
   เคยมีบางคนกล่าวไว้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญกว่าหมวกเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทั้งตัวเราและผู้อื่น
เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์สาธารณะเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าหากไม่ได้ปั่นกลางคืนถามว่าควรจะมีไหม ตอบว่าควรมีครับเอาไว้เผื่อ
เวลาฝนตก ฟ้ามืด หรือปั่นไปยังจุดแสงน้อย อุโมงค์ ใต้ต้นไม้ เป็นต้น


3.ถุงมือ
   เมื่อเริ่มปั่นใหม่ๆ ผมคิดว่าถุงมือไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นเพราะว่าปลอกแฮนด์มันก็เหนียวพออยู่แล้ว หลังจากที่ได้ปั่น
จักรยานเหงื่อออกที่มือครับผลคือ ไอ้ปลอกแฮนด์ที่ว่าเหนียวมันเอาไม่อยู่ครับ หลังจากนั้นก็ไปซื้อถุงมือมาใช้ทันที
ถุงมือจักรยานจะพิเศษกว่าถุงมือมอเตอร์ไซค์ หรือ ถุงมือฟิตเนสที่ มันจะมีเจลนุ่มๆ ฝังมาด้วย


4.โน๊ตบอกรายละเอียดตัวเรา
   (ชื่อ-นามสกุล,เบอร์โทรญาติ,กรุ๊ปเลือด,แพ้ยาอะไรบ้าง,
    รหัสบัตรประชาชน,รหัสประกันสังคม,รหัสประกันอุบัติเหตุ)




ระดับ 2 อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
1.แว่นตา
   สำหรับแว่นตาบางคนอาจเป็นอุปกรณ์สำคัญ เพราะสามารถป้องกัน ฝุ่น แมลง ถนอมสายตาจากแสงแดดแรงๆ
ระยะยาวป้องกัน โรคต้อลมครับ  จึงเป็นอุปกรณ์อีกชิ้นที่ ให้ความปลอดภัยได้


2.กางเกงจักรยาน
   กางเกงสำหรับปั่นจักรยานโดยเฉพาะจะแตกต่างจากกางเกงทั่วไปคือ เป้าของกางเกงจะมี ฟองน้ำ,เจล
เพื่อบรรเทาอาการปวดจากการปั่นนานๆ และเสื้อผ้าจะกระชับแนบเนื้อ ระบายเหงื่อได้เร็ว


3.เสื้อจักรยาน
   มีหลายคนสงสัยว่าเสื้อจักรยานกับเสื้อกีฬาต่างกันอย่างไร ถ้าหากพูดถึงการใช้งานแล้วไม่ต่างกันมากครับ
สามารถเอาเสื้อกีฬามาปั่นจักรยานได้ เพราะระบายเหงื่อได้เร็วเช่นเดียวกัน แต่เสื้อจักรยานจะมีรายละเอียด
ที่ต่างกับเสื้อกีฬา คือ มีกระเป๋าหลังสำหรับใส่ของได้  ออกแบบไม่ให้อากาศเข้าไปในเสื้อโดยให้มียางยืด
บริเวณชายเสื้อและปลายแขน เพราะลมมีส่วนสำคัญมากในการปั่นจักรยาน ผ้าระบายเหงื่อดีกว่าเสื้อกีฬา
ใช้ซิปเท่านั้นเพราะกระดุมลมเข้าได้


4.กระเป๋า
   สำหรับการปั่นจักรยานแล้วการใช้กระเป๋าอยากแนะนำดังนี้ครับ  กระเป๋าเป้แนะนำให้เป็นแบบระบายเหงื่อด้านหลังได้ดี
กระเป๋าเป้ให้เป็นเป้ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพราะหากใช้กระเป๋าเป้ธรรมดากระเป๋าอาจจะขยับมาอยู่ด้านหน้าอันตราย
และรำคาญมาก, กระเป๋าคาดเอว ส่วนตัวผมใช้แบบนี้อยู่ครับสะดวกดี, กระเป๋าติดจักรยาน มีหลายจุดที่ติดได้ไม่ขอ
อธิบายนะครับ  การใช้กระเป๋าติดจักรยานมีข้อดีคือตัวเราไม่ต้องคาด สะพาย กระเป๋าติดตัวให้รำคาญ แต่ของสำคัญๆ 
ไม่แนะนำให้ใส่กับกระเป๋าติดรถครับ เช่น กระเป๋าสตางค์ อยากให้ติดตัวไว้ตลอดเวลาครับ


5.ผ้าบัฟและผ้าปิดจมูก
   ผ้าบัฟสามารถทำได้หลายอย่าง กันแดด ปิดจมูกกันฝุ่นควัน โพกผม พันข้อมือ ฯลฯ
ส่วนผ้าปิดจมูกโดยเฉพาะจะบางและหายใจได้สะดวกมาก กินน้ำได้โดยไม่ต้องเอาผ้าออก


6.ปลอกแขน
   เอาไว้ป้องกันแสงแดด แนะนำเป็นปลอกแขนที่ระบายเหงื่อได้ดีนะครับ พวกปลอกแขนทำกับข้าว...มันหนาครับ
ไม่เหมาะไว้เอาใส่ปั่นจักรยาน


7.บังโคลน
   เอาไว้กันน้ำจากถนนกระเด็นใส่ตัว สำหรับคนที่ใส่บังโคลนเวลาเจอน้ำขังบนถนนปั่นผ่านไม่มีกังวล
เรื่องเสื้อเลอะเลยครับ ส่วนพวกไม่มีบังโคลนก็เบรคจนแทบจะหยุดรถ หรือ ปั่นหลบ
ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้


8.ขาตั้งติดรถ
   มีหลายคนสงสัยว่าทำไมจักรยานราคาแพงถึงไม่นิยมติดขาตั้งกัน ผมขออธิบายดังนี้
   -ความปลอดภัย สำหรับจักรยานเสือหมอบการปั่นเป็นกลุ่มชิดกันมากแทบจะล้อต่อล้อ ถ้าหากมีเหตุทำให้ต้องเบรค
คันหลังจะต้องเบี่ยงล้อไปด้านข้างของคันหน้า และถ้าหากมีขาตั้งต้องไปเกี่ยวและล้มอย่างแน่นอน
   -ความสวยงาม บางคนคิดว่ามันไม่สวยครับ แค่นั้นเลย
   -หนัก บางคนเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้ออุปกรณ์ให้รถเบาขึ้น เพราะฉะนั้นขาตั้งจึงไม่อยู่ในหัวเลย
      **แนะนำ สำหรับจักรยานประเภทอื่นยกเว้นเสือหมอบ ออกทริปบ่อย ติดเถอะครับ เวลาจอดกินข้าว จอดพัก
เข้าห้องน้ำ ... ต้องมาหาวิธีจอดอีก  ส่วนผมติดแล้วชีวิตสะดวกขึ้นเยอะเลยครับ



ระดับ 3 อุปกรณ์อุ่นใจ
เมื่ออยู่กลางทางหากจักรยานมีปัญหา อุปกรณ์พวกนี้ช่วยคุณได้
1.ยางใน
   กลายเป็นของจำเป็นสำหรับออกทริปทุกครั้งไปแล้ว เพราะเร็วที่สุดในการแก้ปัญหายางรั่ว  ส่วนยางเดิมก็เก็บเอาไว้
ปะทีหลังได้  บางคนที่ปั่นเสือหมอบอาจพก 2 ชิ้นเพราะชิ้นเล็กและอาจปั่นไปไกล กว่าจะเจอร้านจักรยานเวลาไม่มีก็คือ
ไม่มีเลยนะครับโบกขึ้นรถ เรียกรถจากบ้านอย่างเดียว

อันนี้แถมครับทีเด็ดถ้าหากไม่มียางใน  (http://www.youtube.com/watch?v=dnAv5_r-qNQ)

2.อุปกรณ์ปะยาง(ที่งัดยาง,แผ่นยาง,กาว,กระดาษทราย)
   สำหรับมือใหม่ที่ปะยางไม่เป็นแนะนำให้ออกทริปสักครั้งครับ ต้องมีแน่นอนครับคนที่ยางรั่ว ให้ไปมุงดูเลยครับ
ไม่เข้าใจอะไรก็ถามเอาตรงนั้นแหละ หรือถ้าเขาไม่ได้ปะ เรียนรู้วิธีเปลี่ยนยางในก็ยังดีครับ
ที่งัดยางในแนะนำให้ซื้อยี่ห้อดีๆไปเลยครับ  parktool  topeak  zefal  giyo  beto


3.ที่สูบลมพกพา
   นับครั้งแรกที่ผมได้จักรยานมา เป็นอุปกรณ์แรกๆที่ผมซื้อ เพราะว่า ถ้าหากยางแบนเราจะทำยังไง เข็นไปร้าน
ไปปั๊มน้ำมัน อย่างงั้นหรือ  ถ้าหากใครไม่มีที่สูบลมและกำลังจะซื้อแบบตัวใหญ่ติดบ้านแนะนำให้ซื้อแบบพกพาดีกว่าครับ


4.กระจกส่องหลัง
   การใช้กระจกส่องหลัง สำหรับผมคือทำให้อุปกรณ์กันเสียวรถมาชนแค่นั้นครับ
การจะเลี้ยวเปลี่ยนเลนแนะนำให้หันมองดีกว่าครับ


5.กระดิ่ง,แตรไฟฟ้า
   แนะนำหาแตรไฟฟ้าเสียงดังๆ ครับ ดังเท่าไหร่ยิ่งดี ขนาดผมมีแตรไฟฟ้าเคยบีบแตรบอกรถยนต์ที่ออกจากซอย
แบบผมปั่นผ่านหน้ารถเขา เขาก็ยังเร่งขึ้นมาเกือบชนไปแล้วครับ ไม่รู้ว่าแกล้งหรือไม่เห็นจริงๆ


6.เครื่องมือพกพา
   ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นหกเหลี่ยม ไขควง คีม แบบเก็บพับได้ เคยมีน้องถามว่าทำไมยี่ห้อดีๆ มันแพงจัง เลยพาไปดูไป
จับเลยถึงบางอ้อ  สำหรับจักรยาน อะไรที่ แข็งแรง แต่เบา วัสดุดี สวย ใช้งานได้ดี จะยิ่งแพง  ต่างกับเครื่องมือพกพา
ร้อยกว่าบาทที่หนัก วัสดุที่ใช้อาจขึ้นสนิม ไม่สวย แข็งแรงหรือเปล่าก็ไม่รู้(อาจจะแข็งแรงเพราะทำด้วยเหล็ก)
ถ้าซื้อติดบ้านก็พอไหวครับ


7.ถุงกันฝน
   ถุงพลาสติกสำหรับกันน้ำฝน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กระเป๋าจักรยาน กระเป๋าสตางค์โทรศัพท์มือถือ



ระดับ 4 อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
1.ยาดม
   ผมเคยออกทริป เคยมีคนในทริปเกิดอาการหน้ามืด เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันเพราะปั่นกลับมาหาแฟนซึ่งยางแตก
อย่างเร็ว และหยุดทันที  ณ ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลยครับ  จึงทำให้คิดได้ว่าถ้ามียาดมสักอันคงช่วยได้มาก


2.ผ้าก็อซ
   ผ้าเอนกประสงค์ สำหรับพันเข่าจากอาการเอ็นหัวเข่าเจ็บ  พันแผลถ้าล้ม  พันบริเวณที่เจ็บปวดอื่นๆ


3.สเปรย์กันปวดชั่วคราว(พ่นเย็น)
   สเปรย์ที่นักกีฬาใช้ระงับอาการปวดชั่วคราว เหมาะสำหรับปั่นจักรยานตามทริปไกลๆครับ


4.อุปกรณ์ทำแผล(แอลกอฮอล์,เบตาดีน,ผ้าพันแผล,เทปผ้า)
   สำหรับหน่วยเซอร์วิส เมื่อมีคนล้มและเกิดแผลครับ






























###ชิ้นส่วนจักรยานเบื้องต้น(bicycle parts)###
1.ระบบเบรค
   ถ้าหากไปดูระบบเบรคใน wikipedia จะมีอยู่ทั้งหมด 10 ชนิด แต่ในหัวข้อนี้จะขอพูดถึงเบรคที่พบเห็นบ่อยๆ
ในปัจจุบันเท่านั้นครับ  คลิ๊กดูเพิ่มเติม

-ดรัมเบรค (drum brake)
   การหยุดรถโดยใช้ผ้าเบรคไปโดนกับดุมล้อด้านใน จะพบเห็นมากกับจักรยานแม่บ้านแต่ปัจจุบันได้หันไปใช้เบรคก้ามปู
เกือบหมดแล้ว มีข้อเสียคือ มีน้ำหนักมากเพราะต้องออกแบบให้ดุมล้อใหญ่ขึ้น ผ้าบรคแบบ2แผ่นครึ่งวงกลมที่มีลักษณะ
ใหญ่และหนาเมื่อเบรคจะมีแกน(คล้ายบันไดจักรยาน)หมุนแล้วผ้าเบรคจะขยายตัวไปจับกับด้านในของดุม  แต่ก็มีข้อดีคือ
ทน ใช้ได้นานมาก(ใช้จนลืม ขายเศษรถทิ้งไปก็ยังใช้ได้อยู่) จึงเหมาะกับจักรยานแม่บ้านที่ทำอะไรกับจักรยานไม่เป็นเลย


-วีเบรค (v-brake)
   การหยุดรถโดยใช้ผ้าเบรคไปโดนกับขอบล้อ เป็นที่นิยมมากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในปัจจุบันจะพบเห็นได้จากรถพับ
เสือภูเขาตัวเริ่มต้น  ไฮบริด  ทัวริ่ง  เป็นเบรคที่อุปกรณ์น้อยชิ้นติดตั้งและตั้งเบรคได้ง่ายที่สุด การดูแลรักษาง่ายที่สุด


-เบรคผีเสื้อ(cantilever brake) (ไม่ใช่ butterfly brake นะครับแหม่)
   การหยุดรถโดยใช้ผ้าเบรคไปโดนกับขอบล้อ โดยการดึงสลิงตรงกลางระหว่างเบรค มีข้อดีคือ เบรคสบายมือ
เหมาะกับจักรยานทัวริ่งโดยเฉพาะ แต่ปัจจุบันทัวริ่งเริ่มหันไปใช้วีเบรคมากกว่า การดูแลรักษาง่าย


-เบรคก้ามปู(Side-pull caliper brakes)
   การหยุดรถโดยใช้ผ้าเบรคไปโดนกับขอบล้อ เป็นเบรคที่มีน้ำหนักเบาที่สุด ขนาดเล็ก นิยมมากในจักรยานเสือหมอบ 
การดูแลรักษาง่าย 


-ดิสก์เบรค(disc brake)
   การหยุดรถโดยใช้ผ้าเบรคไปโดนกับใบดิสก์เบรค เป็นเบรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน แต่ก็ต้องแลกมาด้วย
น้ำหนักที่มากขึ้น เช่น ใบดิสก์เบรค น้ำมันเบรค สายไฮโดรลิค ดุมล้อเพิ่มจุดยึดใบดิสเบรค โช้ค/เฟรมเพิ่มจุดยึดปั๊มเบรค
แต่ดิสก์เบรคในปัจจุบันมีสองแบบคือ ดิสก์เบรคแบบใช้สาย(mechanic) และแบบใช้น้ำมัน ดิสก์น้ำมันเหมาะมาก
กับเสือภูเขา เพราะเสือภูเขาต้องเจอน้ำ ดิน โคลน การเบรคจึงสำคัญมาก และข้อดีอีกอย่างคือ ขอบล้อจะเบี้ยวก็ไม่มีผล
กับการเบรคเหมือนเบรคประเภทอื่นๆ  เนื่องจากเป็นเบรคที่ดีที่สุดปัจจุบัน จึงมีการพัฒนาความเบา ประสิทธิภาพ
อย่างต่อเนื่อง ในเสือหมอบรุ่นแพงๆ ก็ใส่ดิสก์เบรคมาให้  แต่ด้วยการเบรคแบบสั่งได้ก็ไม่เป็นผลดีนักเมื่อปั่นกันเป็นกลุ่ม
และทำความเร็วสูงๆ การแข่งขันจักรยานทางเรียบรายการใหญ่ๆ จึงมีกติกาให้ใช้ได้แต่เบรคก้ามปูเท่านั้น  เพราะฉะนั้น
การใช้เบรคให้เหมาะกับจักรยานที่ใช้ถึงจะดีที่สุดต่างหาก  การดูแลรักษาถ้าหากติดตั้งมาดีแทบจะไม่มีปัญหาเลยนอก
จากเอาไปเปลี่ยนน้ำมันเบรค รักษาง่ายแต่ไม่เท่าวีเบรค  แต่หากมีปัญหาขึ้นมา ดิสก์เบรกคด เบี้ยว ไล่น้ำมันไม่ดี
ก็จุกจิกเหมือนกันครับ


-โคสเตอร์เบรค(Coaster Brake)
   เบรคที่ใช้เบรคด้วยการถีบบันไดสวนทาง หรือย้อนศร คล้าย ๆ Fix เกียร์ ต่างกันตรง Fix เกียร์ใช้วิธีฝืนขา
แต่อันนี้ต้องออกแรงหมุนกลับทาง และ Fix เกียร์ไม่สามารถ Free ขาได้ แต่อันนี้ Free ขาได้ 


-ไม่มีเบรค
   จักรยานไม่มีเบรคในปัจจุบัน คือ ฟิกซ์เกียร์ นั่นเอง โดยการหยุดรถจะใช้การเกร็งขาในการหยุดรถ ข้อดีคือ เท่ห์(รึเปล่า)
รถเบาขึ้น  ข้อเสีย ... อันตรายเมื่อยามคับขัน  ลงเขา/สะพานสูงเร็วๆไม่ได้ (ลงได้แต่อันตรายมาก)


2.เฟรม
   การออกแบบเฟรมมีหลายแบบตามประเภทจักรยานซึ่งได้กล่าวไปแล้วเพราะฉะนั้นในหัวข้อนี้จะอธิบายเฉพาะวัสดุ
ที่เอามาทำเฟรมเท่านั้น

-เหล็ก(steel)
   เหล็กมีข้อดีคือ แข็งแรง ราคาถูก จะพบเห็นได้จากจักรยานราคาถูก ข้อเสียคือ หนัก เป็นสนิม


-เหล็กโครโมลี่(chromoly)
   เหล็กโครโมลี่ เป็นโลหะที่พบบ่อยกับจักรยานประเภททัวริ่งโดยเฉพาะ เพราะเป็นโลหะที่มีความยืดหยุ่นสูงและแข็งแรง


-อลูมิเนียม(aluminium alloy)
   อลูมิเนียมเป็นวัสดุที่แข็งแรง(ไม่เท่าเหล็ก)และน้ำหนักเบา จักรยานราคา5พันบาทจนถึง3หมื่นบาท ส่วนใหญ่จะเป็น
อลูมิเนียมและมีหลายเกรด ตามน้ำหนัก ตามความแข็งแรง และความยืดหยุ่น 


-คาร์บอนไฟเบอร์(carbon fiber)
   เส้นใยคาร์บอนเป็นวัสดุที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการผลิตเครื่องบิน เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและแข็งแรงสูง ดังนั้น
คาร์บอนไฟเบอร์ในจักรยานจะมีราคาแพงจะพบในจักรยานราคา4-5หมื่นบาทขึ้นไป คาร์บอนไฟเบอร์ในจักรยาน
จะมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และน้ำหนักเบา มีข้อเสียคืออายุการใช้งานน้อยกว่าวัสดุชนิดอื่น(ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ใช้ทำ)


-ไททาเนียม(titanium alloy)
   วัสดุสำหรับยานอวกาศและเครื่องยนต์เจ็ต มีน้ำหนักเบา แข็งแรง ทนการกัดกร่อน แข็งกว่าเหล็กกล้า(บางชนิด)
ทนไฟ และมีลักษณะมันวาว จักรยานที่ใช้ไททาเนียมส่วนใหญ่จะไม่พ่นสี จะใช้ตัวโลหะขัดจนเกิดความมันวาวขึ้นมา
จะพบเห็นจักรยานที่ใช้ไททาเนียม 2 แสนบาทขึ้นไป(full titanium)


3.เบาะ/อาน/หลักอาน
   เป็นอุปกรณ์ที่มีผลกับผู้ขับขี่โดยตรง บางคนแค่เปลี่ยนเบาะให้เข้ากับก้นก็สามารถปั่นได้ดีขึ้น นั่งสบายขึ้น
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเหมาะกับเบาะแบบไหน รูปทรงแบบไหน
-ผู้หญิง
   ผู้หญิงจะมีอุ้งเชิงกรานกระดูกเชิงกรานที่ใหญ่กว่าผู้ชายเพราะฉะนั้นเบาะจักรยานสำหรับผู้หญิงจะมีขนาดกว้างกว่า
ผู้ชายและควรเลือกเบาะที่มีรูตรงกลางเพื่อหลีกเลี่ยงน้องสาวไปเสียดสีกับเบาะซึ่งทำเกิดอาการเจ็บได้ อย่าลืมปรับเบาะ
และระยะจับแฮนด์ให้เหมาะสมด้วยนะครับ


-ผู้ชาย
   ลักษณะะเบาะจะเรียวกว่าผู้หญิงเพราะอุ้มกระดูกเชิงกรานของผู้ชายจะแคบกว่า และควรเลือกเบาะที่มีร่องตรงกลาง
เพื่อลดการเสียดสีของฝีเย็บซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บได้  อย่าลืมปรับเบาะและระยะจับแฮนด์ให้เหมาะสมด้วยนะครับ
**การเลือกรูปทรงเบาะ ต้องดูตัวเราเองก่อนครับว่าต้องการปั่นแบบไหนเช่นปั่นไวๆ ก็เลือกแบบแคบๆ และถ้าหากชอบ
ปั่นแบบสบายๆ ควรเลือกเบาะแบบกว้างๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นบางคนกว่าจะได้เบาะที่ถูกใจอาจจะเปลี่ยนไปไม่น้อยกว่า 4 ใบขึ้น
ไป แต่ตัวผมเองใช้เบาะเดิมๆ ที่ได้มาจากรถแล้วทำความคุ้นเคยกับมันก่อนสักระยะหนึ่ง(3เดือน) ถ้าหากไม่ไหวจริงๆจึง
เปลี่ยนดูครับ






























4.ระบบขับเคลื่อน
   จะประกอบไปด้วยโซ่,ตีนผี,สับจาน,จานหน้า,เฟืองหลัง,มือเกียร์,บันได หรือ แบบ Single speed คือมีเฟืองหลัง
ช่องเดียว  ระบบขับเคลื่อนเสือหมอบและเสือภูเขา จะแตกต่างกันที่เสือภูเขาจะมีเฟืองหลังจำนวนมากและใหญ่กว่า
ความถี่ของฟันเฟืองจะห่างกันทีละ 2 ฟันเฟือง ต่างจากเสือหมอบที่ห่างกันทีละ 1 ฟันเฟือง เพราะใช้ความต่อเนื่อง
ในการใช้งานมากกว่าเสือภูเขา เพราะฉะนั้นการขึ้นเกียร์โดยใช้ตีนผีจะแตกต่างกัน จึงแยกระบบขับเคลื่อนออกเป็น2แบบ
จะอธิบายเป็นแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น ดังนี้
*อุปกรณ์ขับเคลื่อนจะมีราคาสูงขึ้น ขึ้นอยู่กับ ประสิทธิภาพ,น้ำหนัก,ความแข็งแรง,ความสวยงาม
วัสดุ(เหล็ก,อลู,คาร์บอน,ไททาเนียม)
**รูปภาพเรียงลำดับรุ่น  จากเว็บไซต์ผู้ผลิต

เสือหมอบ
   shimano
   -claris(2400) 8 speed


   -sora(3500) 9 speed

































เสือภูเขา
   shimano
   -tourney 6,7,8 speed


   -altus(m310) 8 speed


5.ล้อ
   ล้อจักรยานสำหรับผมแล้วถือเป็นอุปกรณ์ที่มีผลต่อการปั่นมากที่สุด(ถ้าไม่นับแรงขา) เพราะฉะนั้นการการอัพเกรด
ปรับแต่งประสิทธิภาพจักรยานให้ปั่นได้ดีควรเริ่มที่ล้อเป็นอันดับแรก ล้อจะประกอบไปด้วย ดุมล้อ,ขอบล้อ,ซี่ลวด
ล้อที่ดีก็จะแพงขึ้น...ขึ้นอยู่กับ ความลื่น,วัสดุ,น้ำหนัก,ความแข็งแรง,ความสวยงาม  สำหรับล้อเสือหมอบ
สังเกตว่าจะมีแบบขอบต่ำ ขอบสูง ด้วยเพราะช่วยเรื่องแรงเหวี่ยงเมื่อทำความเร็วสูงๆ ไม่ต้องเติมแรงมาก
แต่ต้องดูการใช้งานด้วยหากนำไปขึ้นเขาก็คงไม่เหมาะสักเท่าไหร่    สำหรับคนปั่นเริ่มต้นการเปลี่ยนล้อควร
จะปั่นไปสักระยะหนึ่งก่อน(ประมาณ 3-6 เดือน) เพื่อเป็นการฝึกฝนและรู้ว่าความแตกต่างหลังจากเปลี่ยนล้อ
ไปแล้วยังไง  หรืออาจเปลี่ยนแค่ดุมล้อก่อนก็ได้


6.ยาง
   ยางเป็นสิ่งๆเดียวที่จะสัมผัสกับถนน เพราะฉะนั้นการเลือกยางให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่ปั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เช่น ปั่นถนนทางเรียบ ก็ควรใช้ยางสำหรับทางเรียบไร้ดอก หรือยางมีลวดลาย(slick) เพราะจะทำความเร็วได้ดีไม่เปลืองแรง   
ถ้าหากปั่นเส้นถนนขรุขระ ทางดิน ควรจะใช้ยางมีลวดลาย(slick) ไปจนถึงยางดอก เพราะทำให้มีความมั่นใจในเส้น
ที่ขรุขระและปลอดภัย ลักษณะยางส่วนใหญ่จะดูได้จากประเภทของจักรยาน(ซึ่งได้กล่าวไว้แล้ว) แต่ปัจจุบันได้มี
เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นจะขออธิบายลักษณะยางที่หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร

   -ขอบลวดคืออะไร...ยางที่มีขอบลวด น้ำหนักมาก งัดยาก  ข้อดีคือ ถูกกว่าขอบพับ (คิดข้อดีได้ข้อเดียวครับ)
   -ขอบพับคืออะไร...ยางที่ไม่มีขอบลวด สามารถพับเก็บได้ง่าย น้ำหนักเบา ทำความเร็วได้ดีกว่าแบบขอบลวด งัดง่ายกว่า
ข้อเสียคือ แพง (ไม่รู้ว่าแพงเพราะการตลาดหรือกระบวนการผลิต)
   -ขอบลวดกับขอบพับแบบไหนรั่วง่ายกว่ากัน....ไม่รู้ครับ ขึ้นอยู่กับดวง ถ้าไม่ไปเหยียบแบบตั้งใจนะ
   -กันหนามคืออะไร...ยางที่เพิ่มวัสดุพิเศษสำหรับกันหนาม(กันรั่วนั่นแหละ) ปัจจุบันจะใช้เคฟล่าเพราะเบา ทนทาน แต่ราคาแพง
   -ยางฮาล์ฟ(tubular)คืออะไร...ขอ copy มาเลยนะครับ thaimtb


7.ตะเกียบ/โช้ค
   -ตะเกียบ ตามชื่อเลยครับลักษณะเป็นแท่งไม่มีอะไรเสริมแต่งพิเศษ เหมาะกับการใช้งานแบบทางเรียบ ขรุขระไม่มากนัก
น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับ จักรยานเสือหมอบ ไฮบริด จักรยานพับ ทัวริ่ง

   -โช้ค การใช้งานเหมือนแบบตะเกียบแต่จะมีช่วงยุบเพื่อรองรับการสะเทือนจากพื้นถนนถึงมือผู้ปั่น เหมาะกับการใช้
งานแบบทางขรุขระ ทางวิบาก อย่างมาก โช้คที่ดีมีราคาแพงจะขึ้นอยู่กับ วัสดุ,น้ำหนัก,ประสิทธิภาพ,ความสวยงาม  
โช้คที่ดีควรยุบเร็วและคืนตัวช้าเพราะฉะนั้นโช้คจะมีวิธีการในการคืนตัว โดยใช้ระบบน้ำมันและระบบลม เป็นต้น


8.แฮนด์
   แฮนด์จักรยานจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามประเภทจักรยาน การใช้แฮนด์ให้เหมาะกับตัวเรา ความกว้าง
ความสูง-ต่ำ มีผลมากในเรื่อง ความเมื่อยล้า การควบคุมรถ  ความแพงของแฮนด์จะขึ้นอยู่กับ
วัสดุที่ใช้,น้ำหนัก,ความแข็งแรง,ความสวยงาม


9.สเตม
   ชิ้นส่วนสำหรับยึดแฮนด์และซางของตะเกียบ/โช๊ค เป็นอีกชิ้นส่วนที่มีความสำคัญเมื่อเวลาปรับแต่งจักรยานให้เข้ากับ
ผู้ปั่น(fitting) เพราะเป็นอีกชิ้นส่วนที่กำหนดระยะเอื้อมได้ง่ายโดยการคว่ำสเตม แต่ก็มีสเตมปรับสูงต่ำได้ให้ใช้งาน
เหมือนกัน ความแพงของสเตมจะขึ้นอยู่กับ วัสดุที่ใช้,น้ำหนัก,ความแข็งแรง,ความสวยงาม








###สัญญาณมือ###
   การใช้สัญญาณมือถ้าหากต้องการใช้กับคนขับรถยนต์(ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รู้ภาษามือของจักรยาน) ให้ใช้สัญญาณมือ
แบบเข้าใจง่าย  แต่ถ้าหากไปเป็นกลุ่มทริปจะมีสัญญาณมือสำหรับจักรยานซึ่งควรต้องรู้ด้วยครับ เพื่อเป็นประโยชน์ให้
กับผู้อื่นด้วย เพราะเราต้องบอกคนข้างหลังให้รับรู้เหมือนกันครับ ช่วยบอกต่อๆกันไปอุบัติเหตุก็จะไม่เกิดครับ


































http://pantip.com/topic/31196345



















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น