วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประเภท จักรยาน

ประเภทจักรยาน
                1.เสือภูเขา (MTB… mountain bike)   แบ่งเป็น  3  ชนิดตามลักษณะรถคือ  ประเภทหางแข็ง  softtail  และ full suspension
ประเภทหางแข็ง
hardtail   แปลตรงตัวเลยคือ  "หางแข็ง" เสือภูเขาล้อหน้ามีโช้ค ล้อหลังไม่มี เหมาะสำหรับปั่นทางเรียบ ขรุขระถนนดิน โคลน ทางไม่วิบากจนเกินไป หรือ ขึ้นเขาแบบถนนเรียบ เช่น เขาใหญ่ ดอยสุเทพ
           

จักรยาน  เสือภูเขา ประเภทหางแข็ง


ประเภท softtail
softtailรถประเภทนี้ จะมีช๊อคหน้าหรือไม่นั้นแล้วแต่ตัวผู้ปั่นครับ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็จะใส่กันทั้งหมดจุดสำคัญนั้นอยู่ด้านหลังรถครับ จะมีจุดรับแรงกระแทกไว้ แล้วแต่การออกแบบของยี่ห้อนั้น ๆมีทั้งทีเป็นแบบตัวเฟรมรับแรงกระแทกแบบไม่มีช๊อค จนถึงมีช๊อคหลังสำหรับรับแรงกระแทกแบบฝังติดตั้งมาครับ "ข้อแตกต่างของ Soft Tail กับ Full Susนั่นอยู่ที่ระยะการเคลื่อนตัวของเฟรม และจุดหมุนครับ"



จักรยาน เสือภูเขา ประเภท softtail

ประเภท full suspension

cross country(xc) สำหรับลุยกับทุกสภาพ เสือภูเขาที่มีโช้คหน้าและหลัง สำหรับปั่นทุกเส้น ได้ทั้งทางเรียบขรุขระมาก ทางที่อาจมีการกระแทก หรือ มีการกระโดดไม่สูงมากนัก


จักรยาน เสือภูเขา ประเภท full suspension

downhill  เสือภูเขาตัวจริง ทางเรียบยัน ลงเขา รากไม้ ตามป่าลึก กระโดดจากที่สูง รองรับการกระแทกได้ดี แตกต่างกับ xc ที่อุปกรณ์เกือบทุกชิ้นจะมีขนาดใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่ามาก ซึ่งแน่นอนหนักมาก


จักรยาน เสือภูเขา downhill 


2.เสือหมอบ (RB...road bike) สำหรับคนชอบความเร็ว ความแรง ปั่นทางเรียบโดยเฉพาะ ลักษณะจักรยาน จะทำให้เล็กลื่นและเบาที่สุดเท่าที่สมองคนจะคิดได้ เพราะฉะนั้นจักรยานประเภทนี้จะมีราคาสูงมาก


จักรยาน เสือหมอบ (RB...road bike)


3.รถพับ (folding bike) จักรยานทุกประเภทที่พับได้ ผมจะนับรวมในนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะพับแปลกแหวกแนวขนาดไหนก็ตาม จักรยานประเภทนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีเนื้อที่จำกัด เช่น ปั่นจักรยานไปทำงานเอาจักรยานพับไว้ใต้โต๊ะ  เอาจักรยานพับขึ้นรถไฟฟ้า เอาจักรยานขึ้นรถยนต์หลายคันโดยไม่อยากแขวนไว้นอกตัวรถ เป็นต้น ความสำคัญของจักรยานพับนอกจาก เบา ปั่นดีจุดพับ สำคัญมาก  รุ่นไหนพับไปนานๆ แล้วยังพับง่าย แข็งแรงไม่คลอน ราคาจะแพงเพราะการออกแบบจุดพับด้วย


จักรยาน รถพับ (folding bike)


4.ไฮบริด(hybrid)  จักรยานไฮบริดเป็นจักรยานระหว่างเสือภูเขาและเสือหมอบคือปั่นทางเรียบดีกว่าเสือภูเขาแต่ไม่เท่าเสือหมอบปั่นทางขรุขระดีกว่าเสือหมอบแต่ไม่เท่าภูเขาแต่จักรยานประเภทนี้จะออกแบบเป็น3แนวทางคือ







ไฮบริดทางเรียบ ไฮบริดค่อนมาทางเสือหมอบการออกแบบยางจะเป็นแบบทางเรียบ ไม่มีโช้คเป็นตะเกียบใช้ชุดขับเคลื่อนของเสือหมอบ



จักรยาน ไฮบริดทางเรียบ


ไฮบริดทางขรุขระ   ไฮบริดค่อนมาทางเสือภูเขา การออกแบบ ยางจะเป็นแบบวิบากแต่ไม่ใหญ่ไม่เยอะเท่าเสือภูเขา  มีโช้คสำหรับลุยนิดหน่อย ใช้ชุดขับเคลื่อนของเสือภูเขา


จักรยาน ไฮบริดทางขรุขระ


ไฮบริดซิตี้ จักรยานไฮบริดสำหรับคนเมืองโดยเฉพาะแฮนด์จะแคบกว่าปกติ(เอาไว้ซิกแซกรถติดในเมือง)ไม่มีโช๊ค ยางทางเรียบขนาดเล็ก แต่ใช้ชุดขับเคลื่อนของเสือภูเขา


จักรยาน ไฮบริดซิตี้


5.ทัวร์ริ่ง (touring)  จักรยานประเภทท่องเที่ยวระยะไกล  การออกแบบ  จะให้มีจุดยึดสำหรับใส่ตะแกรง ใส่กระเป๋ามากกว่าประเภทอื่นยางไม่ใหญ่ไม่เล็กผิวเรียบ ออกแบบเฟรมระยะเอื้อมให้ปั่นสบาย บางรุ่นอาจมีจุดเปลี่ยนเกียร์2ที่ ระบบเกียร์จะใช้ของเสือภูเขา เพราะไม่ได้ต้องการความเร็วความต่อเนื่องในการเข้าเกียร์ แฮนด์จะเหมือนกับเสือหมอบเบรกจะใช้เป็นผีเสื้อหรือวีเบรค


จักรยาน ทัวร์ริ่ง (touring)  


6.มินิ (mini bike) และจักรยานเด็ก (kids bike)  จักรยานย่อส่วนให้เล็กลง มีประโยชน์คือ  จักรยานเบา  ส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนจานหน้าให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนดุมเพื่อความลื่นมากขึ้นเพราะจักรยานล้อเล็กจะมีรอบหมุนล้อถี่เป็นพิเศษ บางคนปั่นเกาะกลุ่มเสือหมอบก็มีเยอะ


จักรยาน มินิ (mini bike)


7.ฟิกซ์เกียร์(fixed gear)  จักรยานมหาชนของกลุ่มวัยรุ่น มาแรงช่วงปี 2555-2556 จะพบมากในช่วงกลางคืนในกรุงเทพฯ ลักษณะจักรยานคือโม่หรือเฟืองโซ่จะไม่สามารถฟรีได้ ล้อหมุน จานปั่นก็หมุนตาม และเบรคด้วยเท้า หรือจะมีแต่เบรคหน้าเท่านั้น  จักรยาน Fixed Gear มีทั้งหมด 5 ชนิดด้วยกัน แล้วแต่ว่าผู้ปั่นนั้นจะหลงไหลในการปั่นแบบไหน 

ประเภทที่1:คอมพลีท(complete)
                 Fixed Gear ชนิดนี้เป็นสายปั่น มาแบบครบวงจร ตรงตามชื่อ เมื่อแกะกล่องมาจะมีครบทุกอย่าง ไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มเติมแต่งอะไรอีกมากมาย เหมาะสำหรับคนที่รักความเรียบง่าย และคนที่เริ่มต่นปั่นจักรยาน Fixed Gear


จักรยาน  Fixed Gear ประเภทที่1:คอมพลีท (complete)